ณ นาทีนี้ วงการผู้ตัดสินไทย ไม่มีใครโด่งดังเท่า กรรมการนัดชิงชนะเลิศศึกเอฟเอคัพ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาอีกแล้ว

    เกมระหว่าง เชียงราย ยูไนเต็ด กับ แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่มีโควต้า เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีกเป็นเดิมพัน จบลงด้วยชัยชนะของเชียงราย แต่ที่สำคัญ นัดนี้ มีใบแดงถึง 4 ใบเกิดขึ้น 

มันเป็นเกมที่เดือด และมีนักเตะโดนไล่ออกกันกระจาย  แต่ไม่น่าเชื่อว่า ไม่มีใครตำหนิกรรมการเลยสักคนเดียว เสียงในโลกออนไลน์ ล้วนเต็มไปด้วยความชื่นชมถึงการทำหน้าที่

   วันนี้ สยามสปอร์ต เราจะไปเปิดใจ “เปากรานต์” สงกรานต์ บุญมีเกียรติ กรรมการหนุ่มวัย 27 ปี กับความหวังใหม่ของวงการเชิ้ตดำไทย ที่อายุยังน้อย แต่ตัดสินใจเด็ดขาด และสุดยอดเกินอายุมาก 

    จากเด็กหนุ่มที่เริ่มต้นตัดสิน เพื่อหาเงินพิเศษส่งให้ครอบครัวที่ต่างจังหวัด มาวันนี้ เขายกระดับตัวเองได้อย่างน่าทึ่ง 

    ที่สำคัญมากกว่าฝีมือการเป่า คือทัศนคติของเจ้าตัว ที่ต้องยอมรับว่า ไม่ธรรมดาจริงๆ

   – อยากให้เล่าให้ฟังว่าทำไม ถึงได้โอกาสในนัดชิงเอฟเอคัพ 

    ทางสมาคมฯ ตัดสินใจว่า ในเกมสำคัญของไทย จะไม่ไปจ้างผู้ตัดสินต่างชาติมาอีกแล้ว ทางนายกฯบอกว่า เขามั่นใจผู้ตัดสินในประเทศ และท่านก็เลือกผมกับทีมงานครับ ซึ่ง ทันทีที่ผมรู้ว่า เขาเลือกผม ผมก็บอกกับตัวเองไว้เลยว่า จะไม่ทำให้ทุกคนต้องผิดหวัง และ จะกอบกู้ชื่อเสียงของกรรมการไทยให้ได้

    – เราได้ตัดสินนัดชิง หลังจากมีข่าวเรื่องการล็อคผลบอล แค่ 4-5 วัน เรากดดันไหม

ไม่กดดันครับ เรามีจุดยืนที่ชัดเจน ผิดก็คือผิด ถูกก็คือถูก เราซื่อสัตย์ในอาชีพของตัวเอง ดังนั้นต่อให้ใครจะว่าอะไรเรายังไง เรามั่นใจในการทำหน้าที่ของตัวเองครับ 

    – ในเกมแบงค็อก กับเชียงราย ทำไมเรากล้าไล่นักเตะออกขนาดนั้น 

    ในชีวิตของผม ไม่เคยไล่นักเตะออกจากสนาม 4 คนพร้อมกันในแมตช์เดียวครับ แต่ เราว่ากันไปตามเหตุผล สำหรับผมมีคำอธิบายทุกการตัดสินของตัวเองครับ จังหวะยกขาสูง เป็นการเล่นอันตราย เราสร้างจุดยืนไปแล้วว่า ถ้าเล่นแบบนี้ จะให้ใบเหลือง ดังนั้นถ้ามีเหตุการณ์คล้ายๆกันเกิดขึ้นอีก เราก็ต้องให้ใบเหลืองเหมือนกัน ผู้ตัดสินต้องจำ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในสนามครับ 

    – จังหวะของสรรวัชญ์ เดชมิตร กับ เอกชัย สำเรล่ะ? 

    ผมเห็นจังหวะที่สรรวัชญ์ เตะบอลใส่สตาฟฟ์ของเชียงราย แต่ไม่แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงปรึกษากับทีมไลน์แมน ทุกคนเห็นตรงกัน ดังนั้น ว่ากันตามกฎ สรรวัชญ์ต้องโดนลงโทษ แม้เขาจะเพิ่งลงมาเป็นสำรองก็ตาม 

    ส่วนกรณีของเอกชัย สำเร เป็นการหลุดเดี่ยวมาแบบนั้น ตามหลัก ถ้าเขา ชาลเลนจ์ ฟอร์ เดอะ บอล หรือตั้งใจเล่นบอล ลูกนี้ผมจะแจกใบเหลืองกับจุดโทษ แต่จังหวะนั้น ด้วยทิศทางของเขาไม่ใช่การเล่นบอลแล้ว ผมดูเจตนาเป็นหลัก ซึ่งไม่ได้คิดจะเล่นที่บอล ซึ่งมุมของผม ณ วินาทีนั้น เป็นแบบนั้น ผมไม่มีทางเลือกจริงๆ ต้องไล่เขาออกไปอีกคน คือทุกอย่างมันมีกฎของมันอยู่แล้ว 

    – เกมนี้ ได้รับเสียงคำชมจากโลกออนไลน์อย่างมาก เรารู้สึกอย่างไรบ้าง 

    ไม่ใช่แค่ผมคนเดียวที่ควรได้รับเครดิตครับ แต่ทีมงานผู้ตัดสินทุกคน เราตั้งใจมาก ก่อนเกมเราคุยกันว่า เราต้องกอบกู้ชื่อเสียงของผู้ตัดสินไทยให้ได้ และต้องทำทุกอย่างให้สมบูรณ์ที่สุด ผมขอขอบคุณพี่ๆ ไลน์แมน ราเชนทร์ ศรีชัย และพี่ ชวลิต พูนประสิทธิ์ ที่ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม และ พี่วิวัฒน์ จำปาอ่อน ผู้ตัดสินที่สี่ ที่คุมสถานการณ์ข้างสนามได้ดีมากๆด้วยครับ 

    – ทีมงานผู้ช่วยผู้ตัดสิน มีส่วนแค่ไหน ในการตัดสินของเปากรานต์ครับ 

    ผู้ตัดสินหลัก ไม่สามารถทำได้ทุกอย่างครับ  ทีมงานผู้ตัดสินทั้ง 4 คนในเกมนี้ เราซัพพอร์ทกันตลอด ผู้ตัดสินที่สี่ ถ้าเห็นว่า ผมเริ่มวิ่งน้อยลงแล้ว ก็จะตักเตือนผมว่า เคลื่อนที่ให้มากหน่อย อย่าเสียสมาธิกับเกม หรือในจังหวะของสรรวัชญ์ที่โดนเหลืองที่สอง พี่ไลน์แมน ก็คอยจับตาดูเหตุการณ์อยู่และเห็นทุกอย่างชัดเจน คือ ผมคิดว่าคำชมในการตัดสินแต่ละเกม ควรเป็นของทีมงานทุกคนจริงๆครับ

– ตอนนี้สายตาของแฟนบอล มองเราเป็นกรรมการจอมเฮี้ยบอันดับหนึ่งของลีกไปแล้ว

ผู้ตัดสินแต่ละคนมีสไตล์ของตัวเองครับ สำหรับผมมีคติอยู่อย่างว่า ผู้ตัดสินคือคนรักษากฎในสนาม เราจะปล่อยให้นักเตะมาก้าวร้าวไม่ได้  แนวทางของผมคือเราต้องมีความเด็ดขาดครับ  แน่นอน ถ้าเรายึดความถูกต้องเป็นหลัก ต่อให้เฮี้ยบแค่ไหน ก็ไม่มีใครว่าเราได้ครับ

– ในมุมของเปากรานต์ อะไรสำคัญที่สุดสำหรับผู้ตัดสิน

   ผู้ตัดสินต้องแม่นกฎ ต้องมีประสบการณ์ และมีสมรรถภาพทางกายที่ดีครับ  เรื่องกฎนั้น ผมว่าเราต้องทำการบ้าน ต้องศึกษาอ่านกฎทุกข้อในโลกฟุตบอล ต้องเรียนรู้เคสของที่อื่นๆอยู่เสมอ ว่ามีเหตุการณ์แบบนี้ เขาตัดสินอย่างไร เราจะหยุดนิ่งไม่ได้ กฎฟุตบอลมีอัพเดทตลอด เราต้องรู้เท่าทัน

    – ชีวิตการตัดสิน สวยงามตั้งแต่ต้นเลยไหม

    ผมเริ่มตัดสินไทยลีกเกมแรก คือ โคราชกับท่าเรือ ปี 2558 ครับ ในช่วง 2 ปีที่ได้โอกาสเป่าลีกสูงสุด ก็มีทั้งเกมที่ดี และเกมที่เราเป่าได้ไม่ดีครับ ผมเคยโดนแบน 3 เดือน จากการเป่าผิดพลาดในเกมศรีสะเกษ กับ ราชนาวีด้วยครับ แต่มันก็เป็นบทเรียนสำคัญ เราก็ศึกษาข้อผิดพลาดเอาไว้ ถ้าอะไรที่ทำแล้วผิด คราวหลังเราก็จะไม่ทำมันอีก 

    จากนั้น หลังจากเป่าไปเรื่อยๆ ทางสมาคม ก็ส่งผมไปอบรมที่ต่างประเทศ ซึ่งผมได้โอกาสเรียนรู้ เทคนิคสุดยอดการตัดสินของผู้ตัดสินระดับโลก มันทำให้ผมได้พัฒนาตัวเองขึ้นอีกครับ 

    – เราได้เรียนรู้อะไรจากผู้ตัดสินเวิลด์คลาส

    ตอนผมไปอบรม ผมได้รู้จัก ราฟชาน เออร์มาตอฟ กรรมการชาวอุซเบกิสถาน ที่ตัดสินฟุตบอลโลกมาแล้ว เขาคือ ไอดอล อันดับหนึ่งในใจของผมครับ เขาสอนหลายๆเรื่อง หนึ่งในนั้นคือ ผู้ตัดสิน ไม่ใช่แค่ตัดสินเกมอย่างเดียว แต่ต้องเข้าใจเกม และอ่านเกมเป็นด้วยครับ 

   – หมายความว่าไง ผู้ตัดสินต้องอ่านเกมเป็น? 

    คือเวลาเราจะตัดสินทีมไหน เราต้องทำการบ้านก่อน ว่าทีมนี้ จะมีแนวทางการเล่นอย่างไร จะเริ่มเซ็ตบอลแบบไหน เพื่อที่เราจะไปอยู่ตรงจุดเกิดเหตุได้ถูกต้อง เราต้องอ่านภาษากายของผู้เล่นด้วย ผมขอยกตัวอย่างลูกแรก ที่แบงค็อก ยิงได้ในเกมนัดชิง พวกเขาเล่นเกมสวนกลับเร็ว จังหวะนั้น ผมอ่านเกมแล้วว่า เขาต้องเล่นเร็วแน่ๆ จึงรีบสปรินท์ตัวเต็มที่ ไปยังจุดที่เห็นเหตุการณ์ได้ทุกอย่าง อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ คือ จังหวะที่มีการฟาวล์รุนแรง ไม่ว่าเราจะอยู่ส่วนไหนของสนาม ก็ต้องวิ่งไปที่เกิดเหตุให้เร็ว เพราะผู้เล่นมีสิทธิจะกระทบกระทั่งกันได้ เราต้องคอยเบรก ไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงขึ้น 

 – ทุกวันนี้ เปากรานต์ ทำงานอะไรอยู่บ้างครับ 

    ผมเป็นอาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยครับ สอนอยู่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา  เป็นฟิตเนสเทรนเนอร์ จากนั้นสุดสัปดาห์ก็จะทำหน้าที่ผู้ตัดสินครับ 

  – ปิดท้ายอยากทราบเป้าหมาย ว่าอยากจะไปให้ไกลถึงไหน ในโลกของผู้ตัดสิน

    “แน่นอนครับ ความฝันสูงสุดในชีวิตของผม คือการตัดสินฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายครับ”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *