หลังจากที่มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแล้วว่า  “กิเลนผยอง” ได้ล็อกเป้าที่จะใช้กุนซือคนใหม่จากต่างชาติ ต่อจาก “โค้ชแบน”ธชตวัน ศรีปาน ประกาศลาออกไปเมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งต้องมีประสบการณ์ ทั้งเคยคุมสโมสรชั้นนำ หรือทีมชาติที่มีผลงานชัดเจนในการสร้างทีม

    เพราะว่า เอสซีจี เมืองทองฯ ต้องการให้แม่ทัพป้ายแดงเข้ามาเพื่อให้เข้ามายกระดับทีมกลับมาสู่เป้าหมายให้ได้อีกครั้ง หากมีการเปิดตัวจะทำให้ เอสซีจี เมืองทองฯ ใช้แม่ทัพต่างแดนเป็นคนที่ 9 ตามประวัติศาสตร์ของสโมสรที่มีการก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2007

    อย่างไรก็ตามเราจะพาทุกคนไปชมกันว่า 8 แม่ทัพต่างชาติที่เคยเข้ามาคุมทีม เอสซีจี เมืองทองฯ ซี่งเราจะเอาที่เซ็นสัญญาคุมทีมแบบถาวรว่ามีใครบ้าง รวมทั้งผลงานออกมาเป็นเช่นไร

เรเน่ เดอซาเยียร์ (2 ครั้ง 11 ม.ค.2010-7 ม.ค.2011 และ 19 ก.ค.2013-31 ธ.ค.2013)

ก่อนจะถึงกุนซือคนนอกคนที่ 9 ย้อนรอยผลงาน 8 แม่ทัพ "กิเลน"

     นี่คือกุนซือนอกรายแรกของ “กิเลนผยอง” ที่เขามาอยู่ในปี 2010 พร้อมพาทีมคว้าแชมป์ไทยลีก สมัยที่ 2 มาครองต่อจากปี 2009 ได้อย่างยิ่งใหญ่ รวมทั้งยังพาทีมได้ตำแหน่งรองแชมป์ เอฟเอ คัพ และทะลุผ่านเข้าถึงรอบ 4 ทีมสุดท้ายศึกเอเอฟซี คัพ 2011 อีกด้วย

ก่อนที่ เรเน่ เดอซาเยียร์ จะแยกทางกับ เอสซีจี เมืองทองฯ ช่วงปรีซีซั่น 2011 และคัมแบ็คมาอีกครั้งช่วงท้ายเลกสอง 2013 จนทำจบซีซั่น เมื่อ วินฟรีด เชเฟอร์ อดีตนายใหญาทีมชาติไทย จู่ๆกระโจนไปคุมทีมจาไมก้าแบบกระทันหันช่วงเวลาดังกล่าว  

คาร์ลอส โรแบร์โต้ คาร์วัญโญ่ (31 ธ.ค.2010-28 ก.พ.2011)

ก่อนจะถึงกุนซือคนนอกคนที่ 9 ย้อนรอยผลงาน 8 แม่ทัพ "กิเลน"

    ในอดีต คาร์ลอส โรแบร์โต้ คาร์วัญโญ่ เคยพาทีมชาติไทยยิ่งใหญ่มาแล้ว เมื่อเกือบ 30 กว่าปีก่อนเห็นจะได้ หลังจากพาทีมคว้าอันดับ 4  เอเชี่ยนเกมส์ ที่ปักกิ่ง ซึ่งชุดนั้นสามารถสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเขี่ยทีมชาติจีนตกรอบ ได้ในวันชาติของพวกเขา จากการเล่นด้วยระบบที่ฟิตปั๋งของพ่อค้าแข้ง 

    ทว่าการถูกแต่งตั้งขึ้นมารับงานแทนที่ เรเน่ เดอซาเยียร์ ทว่าสไตล์การทำทีมที่อาจจะโบราณไปแล้ว เมื่อเขาพาทีมลงเล่นถ้วยเพลย์ออฟ เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก แพ้จุดโทษ ศรีวิจายา และปราชัยต่อ ชลบุรี เอฟซี ในถ้วยพระราชทาน ก. ทำให้ทีมต้องปรับตำแหน่งให้เขาไปทำทีมเยาวชนเวลาต่อมา

เอ็นริเก้ คาลิสโต้ (6 มี.ค.2011-29 ก.ย.2011)

ก่อนจะถึงกุนซือคนนอกคนที่ 9 ย้อนรอยผลงาน 8 แม่ทัพ "กิเลน"

    หลังอยู่ในช่วงหากุนซือมาแทน คาร์ลอส โรแบร์โต้ คาร์วัญโญ่ เวลานั้น เอสซีจี เมืองทองฯ ตกเป็นข่าวกับ เรย์ วิลกินส์ กุนซือชาวอังกฤษ อดีตมือขวาของคาร์โล อัลเชลอตติ ที่เคยอยู่กับทีมเชลซี ทว่าสุดท้ายประทับใจในฝีมือของแม่ทัพโปรตุกีสอย่าง เอ็นริเก้ คาลิสโต้ ที่พาเวียดนามคว้าแชมป์อาเซียนมาครองในปี 2010 ด้วยการล้มทีมชาติไทย ในรอบชิงฯ

ทว่าการมีแต้มห่างจาก บุรีรัมย์ พีอีเอ (ชื่อเดิม)จ่าฝูงไทยลีก 12 คะแนน และ ชลบุรี เอฟซี รองจ่าฝูง 1 คะแนน แต่มีจำนวนการแข่งขันที่น้อยกว่า รวมทั้งพาทีมตกรอบ เอเอฟซี คัพ 2011 ด้วยการพ่าย คูเวต เอสซี รอบ 8 ทีม แถมยังพ่ายให้กับ ชลบุรี เอฟซี ในศึกโตโยต้า ลีกคัพ รอบ 4 ทีมสุดท้าย ทำให้ต้องแยกทางกัน

ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ (1 ต.ค.2011-31 ม.ค.2012)

ก่อนจะถึงกุนซือคนนอกคนที่ 9 ย้อนรอยผลงาน 8 แม่ทัพ "กิเลน"

 

    ในอีกด้านหนึ่งของปี 2011 แม้ว่า “กิเลนผยอง”อาจจะไม่ได้เป็นแชมป์ใดๆ พวกเขากลับประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกด้วยการปิดการเจรจาที่น่าเหลือเชื่อในการเซ็นสัญญา ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ นักเตะระดับตำนานของสโมสรชื่อดังอย่างลิเวอร์พูล และทีมชาติอังกฤษ มาเล่นในทวีปเอเชีย ทำให้มีผลกระทบในแง่ดีตามมามากมาย

รวมทั้งทำให้ทีมได้รับความสนใจในวงกว้างของสังคมและกลายเป็นเรื่อง “ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์” ของประเทศและทั่วโลกในที่สุด ความสำเร็จครั้งใหญ่นี้น่าจดจำแม้สโมสร ก่อนที่อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษ จะรับไม้ในฐานะโค้ชแอนด์เพลย์เยอร์ ของร็อบบี้ ฟาวเลอร์ คุมทีม 15 นัด ชนะ 7 เสมอ 4 และแพ้ 4 นัด ของปี 2011

สลาวิซ่า โยคาโนวิช (27 ก.พ.2012-4 มิ.ย.2013)

ก่อนจะถึงกุนซือคนนอกคนที่ 9 ย้อนรอยผลงาน 8 แม่ทัพ "กิเลน"

    ผู้กอบกู้เกียรติยศของ “กิเลนผยอง”ถือกำเนิดในปี 2012 หลังจาก “ย็อคก้า”สลาวิซ่า โยคาโนวิช ที่มีดีกรีพาทีมชื่อดังอย่างปาติซานร์ เบลเกรด คว้าแชมป์ลีกเซอร์เบีย 2 สมัยเข้ามาคุมทีม ทำให้กลับมาคว้าแชมป์ลีกได้อีกครั้งอย่างสุดยิ่งใหญ่เหนือการคว้าแชมป์ครั้งไหนๆ ซึ่งเป็นครั้งที่น่าจดจำที่สุดเพราะสโมสรฯ ไม่พ่ายแพ้ให้ทีมใดเลย 34 นัดติดต่อกันตลอดทั้งฤดูกาล

    จากนั้นอดีตกองกลางตัวรับทีมชาติยูโกสลาเวีย (เดิม) และเคยอยู่กับเชลซี ได้ออกไปคุมทีมที่ยุโรปมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เลฟสกี้ โซเฟีย (2013), เฮอคิวเลส (2014), วัตฟอร์ต (2014-2015), มัคคาบี้ เทล อาวีฟ (2015) และในซีซั่น 2015 มาถึงปัจจุบันกำลังวาดลวยลายกับ ฟูแล่ม ที่มีโอกาสกลับขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกอังกฤษปีหน้าอีกด้วย

วินฟรีด เชเฟอร์ (6 มิ.ย.2013-16 ก.ค.2013)

ก่อนจะถึงกุนซือคนนอกคนที่ 9 ย้อนรอยผลงาน 8 แม่ทัพ "กิเลน"

    การแยกทางระหว่าง สลาวิซ่า โยคาโนวิช กับ เอสซีจี เมืองทองฯ กลางปี 2013 ส่งผลให้ “กิเลนผยอง”หาคนเข้ามาแทนที่อย่างเร่งด่วน และก็เป็น วินฟรีด เชเฟอร์ อดีตนายใหญ่ทีมชาติไทย เข้ามาคุมด้วยสัญญาระยะสั้นแค่ 6 เดือน

อย่างไรก็ตามการทำงานกับทีมได้เพียง 9 สัปดาห์ เขาได้โพสต์ลงเฟสบุ๊คส่วนตัวว่า ได้ไปรับงานกับทีมชาติจาเมกา ในทวีปแอฟริกา หลังทีมเพิ่งไล่ ธีโอดอร์ วิทมอร์ กุนซือคนเก่าออกจากตำแหน่ง ซึ่งช่วงนั้น “กิเลนผยอง”ก็ดึง เรเน่ เดอซาเยียร์ เข้ามาคุมทีมจนจบซีซั่น 2013 แทน

สก็อตต์ คูเปอร์ (2 ม.ค.2014-30 มี.ค.2014)

ก่อนจะถึงกุนซือคนนอกคนที่ 9 ย้อนรอยผลงาน 8 แม่ทัพ "กิเลน"

    5 ปีก่อน สก๊อตต์ คูเปอร์ พา บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทะลุไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2013 อย่างไรก็เขากลับถูกปลดเพราะ “ปราสาทสายฟ้า”ให้เหตุผลตอนนั้นว่า มีปัญหาส่วนตัวกับกุนซือรายนี้ กาอนที่ เอสซีจี เมืองทองฯ จะดึงมากุมบังเหียนก่อนลุยซีซั่น 2014

ทว่าเมื่อผ่านการเพลย์ออฟ รอบสาม เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ 2014 ตามด้วยเปิดเกมลีก 6 นัด ประกอบด้วย ชนะ ชัยนาท ฮอร์บิล 2-1 (ห), ชนะ ทีโอที เอสซี  3-0 (ย),  เสมอ เพื่อนตำรวจ 1-1 (ห),  ชนะ สงขลา ยูไนเต็ด 4-0 (ย), แพ้ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี 1-2 (ห) และ เสมอ บีอีซี เทโร 1-1 (ย) สก๊อตต์ คูเปอร์ ได้ขอลาออกเนื่องจากหลังจากมีปัญหาทางครอบครัว ทว่าทีมงานและสตาฟฟ์โค้ชที่เขาเอามานั้นยังอยู่กับทีมต่อไป 

ดราแกน ทาลายิช (2 ก.ค.2014-19 ม.ค.2016)

ก่อนจะถึงกุนซือคนนอกคนที่ 9 ย้อนรอยผลงาน 8 แม่ทัพ "กิเลน"

    ด้วยโปรไฟล์ที่เริ่มต้นการเป็นกุนซือเมื่อปี 2004 กับ อัล อิตติฮัด ในลีกซาอุดิอาระเบีย คว้าแชมป์ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ตั้งแต่ปีแรกที่คุมทีม หลังจากนั้นช่วงระยะเวลา 10 ปี ก็คุมทีมในลีกตะวันออกกลางมาโดยตลอด สำหรับ ดราแกน ทาลายิช แถมเคยพา อัล คูเวต เอาชนะ เอสซีจี เมืองทอง ฯ ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเอฟซี คัพ เมื่อปี 2011 และทะลุไปถึงการเป็นรองแชมป์

ทำให้ เอสซีจี เมืองทองฯ เลือกใช้บริการโค้ชยอดเยี่ยมของเอเชียประจำฤดูกาล 2010-11 เข้ามาในปี 2014 ทว่าเขาไม่สามารถพาทีมประสบความสำเร็จราว 1 ปีครึ่งที่ทำทีมได้ ทำให้เวลาต่อมา “กิเลนผยอง” ได้ตัดสินใจแยกทางกับเขา แม้ว่า ดราแกน ทาลายิช จะมาสมัครเป็นเฮดโค้ชทีมชาติไทยเมื่อกลางปี 2017 แต่ก็ไม่ได้รับการเลือกจาก ส.บอลฯ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *