สะพานแขวนที่ยาวที่สุดในโลก โกลเดนเกท (Golden Gate Bridge)

สะพานโกลเดนเกต ทอดยาวผ่านอ่าวทางเหนือของเมืองซานฟรานซิสโก เมืองแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา สร้างในยุคผู้นำแฟรงคลิน ดี. รูสเวลท์ เมื่อปี ค.ศ. 1933 เสร็จสิ้นในปี ค.ศ. 1937 ตรงกลางสะพานยาว 1,280 เมตร กว้าง 27 เมตร สูงขึ้นยิ่งกว่าระดับน้ำทะเล 67 เมตร มีทางรถยนต์ 6 ทาง รถบรรทุก 3 ทาง รถไฟ 2 ทาง ใช้งบประมาณก่อสร้างราว 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สะพานโกลเดนเกตกลายเป็นสถานที่ที่ได้รับความพอใจจากนักเดินทางทั่วทั้งโลก เมื่อสร้างเสร็จใหม่ๆสะพานแปลงเป็นเครื่องหมายของประเทศสหรัฐอเมริกาไปโดยปริยาย ในเวลานี้เองผู้คนทั้งโลกเองก็ยังคงรู้จักสะพานโกลเดนเกตแล้วก็เป็นสถานที่เที่ยวอเมริกาลำดับหนึ่ง แล้วก็จากผลที่เกิดจากการสำรวจสถานที่ที่น่าประทับใจของสถาบันคนเขียนแบบอเมริกัน พบว่าอยู่ในชั้นที่ 5 ของสถานที่ต่างๆในประเทศสหรัฐอเมริกา สะพานโกลเดนเกท สะพานแขวนสีแดงสด ที่เป็นเครื่องหมาย ของเมืองซานฟรานซิสโก ประกอบพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ช่วงวันที่ 27 เดือนพฤษภาคม พุทธศักราช2480 โดยให้ประชากรเดินเท้าผ่านสะพานได้ รวมทั้งมีผู้คนมาเป็นผู้เห็นเหตุการณ์มากยิ่งกว่า 2 แสนคน ซึ่งวันถัดมาก็เลยจะเปิดให้มีการจราจร เป็นสิ่งอัศจรรย์ทางวิศวกรรม ของโลกช่วงปัจจุบัน ตั้งอยู่ในเมืองซานฟรานซิสโก เป็นสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในโลก (เดี๋ยวนี้สะพานแขวน ที่ยาวที่สุดในโลก เป็น Akashi-Kaikyo Bridge ตั้งอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น) โดยมีระยะทาง 2.7 กม. สูง 223.5 เมตร ทอดผ่านอ่าวทางทางเหนือ ของเมืองท่าซานฟรานซิสโกสู่เมืองมาริน ตัวสะพานแขวนโกลเดนเกท มีหอสังเกตการณ์เหล็กสองข้าง ข้างละ 230 เมตร โดยใช้ลวดเคเบิลสลิง เป็นตัวดึงน้ำหนักสะพาน ซึ่งมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 36 นิ้ว ข้างละ 2 เส้น แล้วก็ยังมีเส้นลวด ที่ยึดสายโยงอีก 27,572 เส้น ตัวสะพานอยู่สูงขึ้นมากยิ่งกว่า ระดับน้ำทะเล ในอ่าว 61 เมตร ข้างสะพานทั้งคู่ด้าน มีสะพานตอนสั้นต่อกัน รวมเกือบจะ 7 กิโล แบ่งเป็นหนทางรถยนต์ขึ้นรถ 6 วิถีทาง รถบรรทุก 3 หนทาง และก็รางรถไฟ 2 วิถีทาง

แผนการก่อสร้างสะพาน ผ่านช่องแคบซานฟรานซิสโก ถูกเสนอขึ้นหนแรก ในตอนต้นปี พุทธศักราช2415 แต่ว่ามิได้รับการยินยอม กระทั่งหนังสือพิมพ์ “San Francisco Call Bulletin” เผยแพร่หัวข้อนี้ในปี พุทธศักราช2459 ซึ่งได้รับการผลักดันและสนับสนุน จากสามัญชนหลายชิ้น จากนั้น ความเห็นชอบในสภานิติบัญญัติ ที่แคลิฟอร์เนีย ก็เลยอนุมัติให้มีการสร้างสะพาน รวมทั้งเขตถนนหลวงขึ้น ด้วยงบประมาณ 35 ล้านเหรียญสหรัฐ โจเซฟ กางร์มานน์ สเตร๊าซ็ (Joseph Bermann Strauss) ผู้ออกแบบสะพานโกลเดนเกท แล้วก็หัวหน้าวิศวกร เริ่มก่อสร้างในปี พุทธศักราช2476 โดยทีแรกๆไม่มีผู้ใดมีความรู้สึกว่า จะสร้างสะพานนี้ได้ เพราะเหตุว่ารอบๆนั้น มีหมอกมากมายแล้วก็ลมแรง แต่ว่าเขาก็สามารถ สร้างสะพานแขวน ที่มีส่วนประกอบแข็งแรง ถึงขั้นต่อต้าน ลมพายุเฮอร์ริเคนได้เสร็จ นอกเหนือจากนั้น ด้วยความฉลาดปราดเปรื่อง ทางด้านการออกแบบ เขาได้ลงสีแดงทั่วสะพาน เพื่อคุ้มครองปกป้องไม่ไห้เหล็ก ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลัก ของสะพานกำเนิดสนิม เพราะเหตุว่าเกลือของลมทะเล ในห้วงมหาสมุทรแปซิฟิค ภายใต้การบรรลุผล ของสะพานโกลเดนเกต กลับควรจะมีคนงานเสียชีวิตถึง 11 คน ก็เลยจำต้องมี การผลิตตาข่ายขึ้นไว้ใต้สะพาน เพื่อให้มีความปลอดภัยของคนงาน สำหรับเพื่อการที่จะตกจากนั่งร้าน ซึ่งต่อไปก็มีคนงานตกมาอีก 19 คน แม้กระนั้นก็ไม่เป็นอันตราย เนื่องจากมีตาข่ายคุ้มครองเป็นระเบียบแล้ว แม้กระนั้น

หลังจากใช้เวลา สำหรับการสร้างเกือบจะ 5 ปี สะพานก็เลยจะเสร็จสิ้น รวมทั้งมีพิธีการเปิดอย่างเป็นทางการ ช่วงวันที่ 27 พ.ค. พุทธศักราช2480 ซึ่งเปิดให้เดินเท้าแค่นั้น โดยมีผู้ร่วมเป็นผู้เห็นเหตุการณ์มากยิ่งกว่า 2 แสนคน รวมทั้งตอนเวลาบ่ายของวันถัดมา ผู้นำ แฟรขี้ตระหนี่ลิน จากทำเนียบขาว ด้วยระบบโทรเลข เพื่อเป็นสัญญาณ สำหรับในการเปิดเส้นทางการจราจรอย่างเป็นทางการ บนสะพานโกลเดนเกท ลต์ (Franklin Roosevelt ) ก็เลยเป็นคนกดปุ่มเปิดสะพาน นอกเหนือจากนั้น เพื่อการระลึกถึงวิศวกรโจเซฟ ก็เลยมีการสร้างสวนสาธารณะที่สะพาน พร้อมด้วยอนุสาวรีย์ ซึ่งถัดมาถูกย้ายมาไว้ด้านข้างสะพานเมื่อปี พุทธศักราช2498 เพื่อเตือนให้มองเห็นจุดสำคัญของเขา สำหรับการสร้างสะพานโกลเดนเกท “สะพานโกลเดนเกท-Golden Gate” ความหมายเป็น “ประตูทองคำ” ต้อนรับผู้มุ่งมาซานฟรานซิสโก ทำสถิติเป็นสะพานแขวนที่แรกที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นทางสู่อ่าวซานฟรานซิสโก แล้วก็เชื่อมระหว่างซานฟรานฯ กับมาริน เคาท์ตี สะพานลงสีแดงอมส้มสดตามสีเครื่องหมายของซานฟรานฯ ใช้งบประมาณสำหรับในการสร้าง 35 ล้านดอลลาร์ เริ่มก่อสร้างช่วงวันที่ 5 ม.ค. 1933 อันเป็นตอนยุคของผู้นำแฟรงกิน ดี. รูสเวลต์ มี โจเซฟ สเตราส์ เป็นวิศวกร ฝากความสามารถบันทึกไว้บนสะพานโกลเดน เกทสีแดงอมส้มที่จะส่องแสงสะท้อนเมื่อยามแสงแดดตกกระทบ

ความงดงามทางด้านวิศวกรรมได้รับการสรรเสริญจากสโมสรวิศวกรข้าราชการอเมริกันให้เป็นเยี่ยมใน 7 สิ่งอัศจรรย์ของโลก สะพานประตูทองคำทอดผ่านอ่าวทางทางเหนือของเมืองซานฟรานฯ สร้างเป็นแบบโครงห้อย ตัวสะพานแขวนมีหอสังเกตการณ์เหล็กสองข้าง ข้างละ 215 เมตร ใช้ลวดเคเบิลโยงทอดเป็นตัวดึงน้ำหนักสะพาน มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 36 นิ้ว ข้างละ 2 เส้น แต่ละเส้นประกอบด้วยลวนเส้นเล็กๆ17,664 เส้น รวม 4 เส้น ยาว 70,815 ไมล์ หรือหมุนรอบโลกได้ 3รอบ และก็ยังมีเส้นลวดเล็กยึดสายโยงอีกรวม 27,572 เส้น มีตอนกึ่งกลางระหว่างเสายาว 1.26 กม. ส่วนขอบ 2 ฟาก ยาวข้างละ 34 เมตร สรุปความยาวทั้งสิ้นราว 7 กม. ส่วนกว้าง 27 เมตร พื้นที่บนสะพานเปิดให้เดินรถไฟได้ 2 หนทาง แล้วก็ 3 วิถีทางรถยนต์ โดยที่ตัวสะพานสามารถสามารถรับน้ำหนักได้ และไม่กำเนิดความเสื่อมโทรม เป็นสะพานแบบห้อยขนาดใหญ่รวมทั้งยาวเยอะที่สุดสะพานแรกในสมัยนั้น สร้างเสร็จในม.ย. 1937 เปิดใช้ทีแรกวันที่ 28 พ.ค. ปีเดียวกัน โดยผู้นำรูสเวลต์กดปุ่มประกอบพิธีเปิดมาจากกรุงวอชิงตัน ดีซี เป็นสัญญาณให้ผู้ใช้รถยนต์เดินทางไปๆมาๆบนสะพานได้ ดังนี้ เมื่อวันแรกนั้นมีพลเมืองราว 200,000 คน มารวมตัวกัน ส่วนสมัยตื่นทองในสหรัฐเกิดขึ้นตอน คริสต์ศักราช1853 ผู้คนนับแสนหลั่งไหลเข้าเมืองแคลิฟอร์เนีย ยิ่งนานวันทวีจำนวนไม่น้อยกว่า 250,000 คน เหตุการณ์ชุมชนเมืองระยะต้นเต็มไปด้วยบุคคลภายนอกข้อบังคับ ซานฟรานฯ ที่ในอดีตกาลเคยเป็นของประเทศสเปนก็ได้แปลงเป็นแหล่งชุมชนที่รวยขึ้นจากการเป็นศูนย์กลางการค้าขายสมัยนั้น แล้วก็ยืนยงถัดมาถึงแม้ทองคำจะหมดไปน้านนาน

กระแสตื่นทองคำยังส่งผลให้ซานฟรานฯ เปลี่ยนเป็นแหล่งคนงานทำเหมือง โดยเฉพาะคนจีนย้ายถิ่นซึ่งนับเป็นรุ่นปัจจุบันของอเมริกาสมัยข้างหลังสงครามกลางเมือง คนงานคนจีนซึ่งจำนวนมากมาจากโรงยาฝิ่นลงเรือเรือไฟแล่นผ่านห้วงสมุทรแปซิฟิคมายังซานฟรานฯ ก่อนถูกกระจัดกระจายไปตามเหมืองทองที่ต่างๆคนจีนที่หลั่งไหลเข้าอเมริกาในตอนตื่นทองคำนี้ ไม่เพียงแค่ทำให้อเมริกันทำความเข้าใจพลังของแรงงานผิวเหลืองจากทวีปเอเชียทิศตะวันออก ถ้าทำให้มีอาการชาคำพูดนทำความเข้าใจที่จะอยู่ในวัฒนธรรมตะวันตกในเวลาถัดมาด้วย ชุมชนกิจการค้าของคนจีนในซานฟรานซิสโก เปลี่ยนเป็นชุมชนขนาดใหญ่นับจากนั้นจนถึงวันนี้ มีรถยนต์ผ่านไปๆมาๆ มีเรือแล่นผ่านใต้ตลอดระยะเวลา แม้กระนั้นการจะดูสะพานที่เป็นเครื่องหมายที่เยี่ยมที่สุดนี้ก็คือการเดินเท้า สะพานนี้เป็นเยี่ยมในสะพานที่ปรากฏในรูปภาพถ่ายเยอะที่สุดในโลก และก็ถึงจะมีหมอกปกคลุมเสียเป็นส่วนมากแม้กระนั้นก็ยังเป็นภาพที่เชื้อเชิญตะลึงงันแล้วก็สร้างความซาบซึ้งได้เมื่อใดก็ตามประสบพบเห็น ตรงนี้ให้ทั้งยังความระทึกใจเกินเล่าแล้วก็เป็นแรงดลใจด้วยขนาด รูปทรงและก็ความสวยงามของส่วนประกอบ ตรงนี้นับว่าเป็นเครื่องหมายหนึ่งของสถาปัตยกรรมอเมริกัน มีความยาว 1.7 ไมล์ (2.7 กิโล) ผ่าน “โกลเด้นเกต” หรือประตูทองคำที่เปิดจากอ่าวซานฟรานซิสโกออกสู่น่านน้ำห้วงสมุทรแปซิฟิค สะพานแขวนตอนผู้เดียวนี้เชื่อมโยงซานฟรานซิสโกกับมารินเคาท์ตี ใช้เวลาสำหรับในการก่อสร้างสี่ปี เปิดให้เดินทางได้ในปี ค.ศ. 1937 แล้วก็วางแบบมาให้รองรับกระแสลมที่แรงกว่า 100 ไมล์ (161 กิโล) ต่อชั่วโมง ตอนที่สร้างเสร็จนั้น

สะพานโกลเด้นเกตนับว่าเป็นสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในโลก แม้กระนั้นจากนั้นได้มีการทำลายสถิติไปแล้วหลายหน สิ่งก่อสร้างนี้เป็นจุดสำหรับชมวิวเบย์แอเรีย แนวเส้นขอบฟ้าของเมือง ห้วงสมุทรแปซิฟิครวมทั้งมารินเฮดแลนด์ทางฟากเหนือของสะพาน หากต้องการดูทิวทัศน์ให้จุใจรวมทั้งได้มองเห็นถึงความใหญ่โตของสะพาน ขอเสนอแนะให้ขี่จักรยานหรือเดินผ่าน หากคุณขับขี่รถคุณจำเป็นจะต้องมัวจดจ่ออยู่กับการจราจร คนเดินเท้าสามารถใช้สะพานได้เฉพาะตอนที่ตรงเวลาช่วงเวลากลางวัน แล้วก็สามารถเดินตามทางเท้าด้านทิศตะวันออก มีเครื่องขัดขวางตลอดแนวถนนหนทางเพื่อกันส่วนของคนเดินเท้าจากการจราจร นักขี่จักรยานสามารถใช้ทางเท้าอีกทั้งทางตะวันตกและก็ทิศตะวันออก ในที่สูงเหนือท้องน้ำแบบนี้ชอบมีลมแรงมากมาย ด้วยเหตุนั้นขอเสนอแนะให้สวมเสื้อผ้าหลายๆชั้นถึงแม้ในฤดูร้อน เพลินกับทิวทัศน์งามๆบนสะพานโกลเด้นเกตจากจุดสำหรับเพื่อชมวิวที่ส่วนเหนือของสะพานในมารินเคาท์ตี วิวหรูหรามีให้ดูทุกตอนของวัน ไม่ว่าจะเป็นตอนย่ำรุ่งที่เบาๆสะท้อนแสงอ่อนๆของดวงตะวันในเวลาเช้า รวมทั้งในช่วงเวลากลางคืนที่ประกายแสงสว่างระยิบสะท้อนแผ่นน้ำสีแก่ นอกเหนือจากทิวทัศน์อันสวยสดงดงามแล้ว โกลเดน เกต ยังมีสถิติที่ไม่น่าจำ ในฐานะหนึ่งในสถานที่จุดหมายปลายทางของการฆ่าตัวตาย โดยตลอด 75 ปีมีผู้กระโจนสะพานจมน้ำเสียชีวิต รวมทั้งข้าราชการเจอศพราว 1,600 ราย แต่ว่ายังมีที่ไม่อาจจะรับรองได้อีกเยอะมากๆ เฉพาะปี 2554 ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา มีคนฆ่าตัวตายที่สะพานโกลเดน เกต 37 ราย สูงสุดเป็นชั้น 4 นับจากเปิดใช้สะพานที่นี้